วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

What do you see in the picture - เห็นอะไรในรูปนี้


What do you see from this picture? To me, I see happiness, wealth and health. This is the picture of richness. It's the picture that reminds me that the world is so abundance.

Imagine that you step into the picture, you are standing at the place and face up to see the blue sky and the white cloud, a warm sunshine touch your skin and let a gentle breeze cool your face, how would you feel, what you would think in your head. I would think, what a wonderful world.

Whenever you feel down or unhappy, just think about your favorite place and just imagine that you are in that place and then the wonderful feeling will come. Enjoy the moment, keep it as your power.

ดูภาพนี้แล้วเห็นอะไรค่ะ สำหรับฉันแล้วเห็นความสุข ความมั่งคั่ง ความสมบูรณ์ มันเป็นภาพของความร่ำรวย มันเป็นภาพที่ย้ำเตือนให้เราตระหนักว่าโลกนี้มันสมบูรณ์เพียงใด

จินตนาการว่าเราเข้าไปอยู่ในภาพนี้ เรากำลังยืนอยู่ในภาพ เงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้า ปุยเมฆสีขาว มีแสงแดดอุ่นสัมผัสตัว มีลมเย็นๆพัดผ่านหน้า เราจะรู้สึกอย่างไร และ เราจะคิดอะไรในหัว สำหรับฉันแล้วฉันคิดว่า โลกนี้สวยงาม

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกไม่สบายใจ ก็แค่ให้จินตนาการให้เห็นภาพสถานที่ที่เราชอบว่าเราได้อยู่ตรงนั้น แล้วความรู้สึกดีๆก็จะเข้ามาแทนที่ ซึมซับความรู้สึกดีๆนั้น เก็บมันเอาไว้เป็นพลัง

Accept and Thangk you - ยอมรับและขอบคุณ


 
 
Have you ever got complements from someone like
Someone: You are so professional.
You: No, I’m not. Everybody can be a professional at their work.
Someone: The University that you studied is very hard to get in.
You: No, it’s not. Anybody can get in.
Someone: You are a good person.
You: Really, am I that good?
Someone: You are beautiful.
You: There are many people are more beautiful than me.
Someone: Why you have to abase yourself?
You: @#%*^! Start to aware why I have to abase myself?
I believe that one of the reasons that we cannot see our capabilities in ourselves because we deny all the complements we have got. The complements are like gifts from the universe. The answer that we give out from our mouth like; “No, I’m not” reflects to our thoughts, feelings and actions. As a result, it becomes a circle of a limiting belief. It’s a belief that a good person has to abase oneself otherwise other people will disapprove. However, the result that we got is we blind ourselves from seeing our good qualifications.
Today, telling yourself that “A good person is able to show off” for you to see what you have and go out and help others. 
 
เคยมั๊ยในชีวิตที่มีคนชมเราว่า
คนชม: เธอทำงานเก่งจังเลย
ตัวเรา: ไม่หรอก งานแบบนี้ใครๆก็ทำได้
คนชม: เธอรู้มั๊ยว่ามหาวิทยาลัยที่เธอเรียนเข้ายากนะ
ตัวเรา: ไม่หรอก มหาวิทยาลัยนี้ใครๆก็เข้าได้
คนชม: เธอเป็นคนดีจัง
ตัวเรา: จริงเหรอ ฉันเป็นคนดีขนาดนั้นเหรอ
คนชม: เธอสวยจังเลย
ตัวเรา: ไม่หรอก มีคนสวยกว่าเราตั้งเยอะ
คนมาเตือนสติ: นี่เธอๆๆ เป็นคนดีไม่ต้องถ่อมตัวมากก็ได้
ตัวเรา: @#%*^! เริ่มได้สติ

คิดว่าสาเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เรามองไม่เห็นความสามารถของตัวเองนั่นคือการปฏิเสธคำชมที่เป็นเหมือน ของขวัญที่โลกมอบให้กับเรา จากคำพูดที่ออกจากปากที่ว่าไม่หรอกแบบนี้ใครๆก็ทำได้ส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และ การกระทำ วนกันเป็นวงจรแล้วกลายเป็นความเชื่อที่ขังเราไว้ เพราะเราเชื่อว่าการเป็นคนดีต้องถ่อมตัว กลัวคนอื่นหมั่นไส้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในชีวิตทำให้เรามองไม่เห็นศักยภาพตัวเองว่าเรามีคุณสมบัติอะไรดีๆในตัวเราบ้าง

วันนี้บอกตัวเองว่า เธอๆๆ เป็นคนดีโชว์ออฟบ้างก็ได้เพื่อที่เราจะได้มองเห็นว่าเรามีอะไรดีแล้วออกไปไปทำประโยชน์
 

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

Life Compass Song เพลงเข็มทิศชีวิต



http://www.youtube.com/watch?v=TVlu0Djrq8U

เพลง : เข็มทิศชีวิต
เนื้อร้อง : ฐิตินาถ ณ พัทลุง

พระอาทิตย์ขึ้นใหม่ทุกวัน เหมือนความฝันที่เริ่มใหม่ได้เสมอ
ทุกสิ่งผ่านมาให้ได้พบเจอ เพื่อพาเธอไปพบสิ่งดีที่สุดในตัวเอง
...
ถึงเมฆหมอกบังจันทร์จนมืดมิด ถึงชีวิตดูมืดมนจนใจหาย
แต่แสงสว่างและพระจันทร์ไม่ได้หายไป เหมือนปัญญา ความหวัง พลังใจ ที่อยู่ภายในตลอดมา

สิ่งที่ดูภายนอกเหมือนปัญหา คือเครื่องมือลับปัญญาให้สว่างไสว
เป็นความปรารถนาดีที่โลก ส่งมาให้ใจ ได้เรียนรู้เพื่อชีวิตใหม่ ยิ่งใหญ่มีพลัง

หายใจเข้ามีสุขทุกๆ ครั้ง หายใจออกมีพลังมั่นคงสดใส
ใจร่มเย็นเมื่อเท้าขวาก้าวออกไป ก้าวเท้าซ้าย ใจสงบ สุขมั่นคง

มีเข็มทิศมีทิศทางมีจุดหมาย รู้ชัดว่าทำอะไร เพื่ออะไรที่ใจหวัง
คิดเรื่องดี คนดี สิ่งดี ที่ให้พลัง มองโลกอย่างรู้ชัด......ของชั่วคราว


วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

Happy moment with a great song

http://www.youtube.com/watch?v=0Sv622f3alM&list=UUL8HBxtQnBHbwj-DXVY29Jg&index=2&feature=plcp

A valuable hug อ้อมกอดที่มีค่า




One day I had a chance to go to Dindang Flat to help Dr. June (Juntanee Manopaiboon). We had an appointment with geriatric club to do a spiritual lift up activity. It was a 2-hour time with joyful and happiness. All the volunteering life coaches learned how to give a hug to people from participating in Compass NLP training course. Therefore, one of the activities that can’t be missed out is hugging. Thai or Asian might not familiar with this kind of expression. However, unexpectedly, hugging gives a lot of power in terms of love, warmth, friendliness and happiness. It’s something that we can give to each other without using money but a valuable hug we give out cannot be priced. 

After finishing the activity, there was a grandma named King Kaew who is 90 years young of age didn’t want to go out for lunch as she wanted more hug. She spoke out with tear of appreciation that “I want people to hug me more”. Many life coaches gave her a hug and that was so impressive as it’s a great way of saying thank you from a giving heart to a receiving heart.

Giving yourself a chance to receive a simple happiness by giving a hug to the one you love and you will know that happiness is reachable. 

วันหนึ่ง ฉันได้ไปช่วย ดร. จูน (จันทนี มโนมัยพิบูลย์) ทำกิจกรรมจิตอาสา ส่งมอบเข็มทิศพลังใจ และความสุขให้กับผู้สูงวัยที่ชมรมผู้สูงอายุแฟลตดินแดง เป็นเวลา 2 ชั่วโมงที่สนุกและมีความสุข สิ่งที่โค้ชอาสาแต่ละคนได้เรียนรู้จากการเข้าเรียนกับครูอ้อยนั้นคือการกอด ดังนั้นหนึ่งในกิจกรรมที่ไปส่งมอบความสุขที่จะขาดไม่ได้นั้นก็คือการกอดค่ะ คนไทยหรือคนเอเซียอาจจะไม่คุ้นเคยนักกับเรื่องนี้ แต่การกอดนั้นให้พลังของความรัก ความอบอุ่น มิตรภาพ และความสุข ได้อย่างที่เราไม่คาดคิด มันเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถให้กันและกันได้อยู่แล้ว เป็นการกระทำง่ายๆที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่คุณค่าของอ้อมกอดที่เราส่งออกไปนั้นมันไม่สามารถที่จะตีออกมาเป็นราคาได้เลย  

หลังจากที่ทำกิจกรรมเสร็จแล้ว คุณยายกิ่งแก้วผู้ซึ่งอายุน้อยแค่ 90 ปี ยังไม่ยอมออกไปกินข้าวเที่ยงเพราะว่าอยากให้คนมากอดอีก พูดไปก็น้ำตาไหลไปด้วยความซาบซึ้งว่า อยากให้คนมากอดอีก โค้ชหลายคนก็เข้าไปกอดซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก มันเป็นการส่งมอบคำขอบคุณให้กันและกันได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด เพราะมันออกมาจากใจและรับด้วยใจอย่างสมบูรณ์แบบ

ให้โอกาสตัวเองได้รับความสุขง่ายๆด้วยการหันไปกอดคนที่เรารักนะคะ แล้วจะรู้ว่าความสุขอยู่แค่เอื้อม


วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

Parents of Mind, Parents of Mine พ่อแม่ในความคิดของฉัน พ่อแม่ของฉัน






One evening while a daughter was driving home, she called her dad and the conversation was;
Daughter: Hello dad, how are you?

Dad: I’m fine. Finish your work? What are you doing?
Daughter: I’m driving.
Dad: That’s it. When you have time we can sit and talk.

The conversation was ended. If you use your brain to listen to the conversation it’s nothing more than a short conversation. If you use your heart, you will hear the father was telling the daughter that “I love you; I don’t want you to drive and talk on the phone at the same time”

Many times in our life that we can’t see or hear that our parents telling us love. They might not tell us directly but it appears in some form of wordings or actions. We can’t see it because we are just so demanding for them to talk or do in the way that we want them to. We forget that our parents are also a human being who lives under the same piece of sky with us. Even ourselves can’t do or speak everything to please everyone all the time but why we are so demanding for our parents to be in the way we want them to be.

Today, start accepting our parents as who they are, start accepting them as a human being who brings us up in the way that they know the best how. There might be some words or actions that are not satisfied us but use them as a tool to train our mind to listen and see deeply of how our parents tell us love.

So…what you have done in return for telling love to your parents. I’m providing this article to my parents for them to know that I love them most.

หลังเลิกงานระหว่างขับรถกลับบ้าน ลูกสาวคนหนึ่งก็ได้โทรศัพท์ไปหาคุณป๊า 

ลูกสาว: คุณป๊าเป็นไงบ้าง
คุณป๊า: สบายดี เลิกงานแล้วเหรอทำอะไรอยู่
ลูกสาว: กำลังขับรถอยู่
คุณป๊า: งั้นคุยแค่นี้ละกัน มีเวลาค่อยมานั่งคุยกันนานๆ

บทสนทนาสั้นๆจบเพียงเท่านี้ หากเราฟังมันด้วยสมองมันก็เป็นเพียงการคุยกันสั้นๆธรรมดาระหว่างแม่ลูก แต่หากเราฟังมันด้วยหัวใจเราจะได้ยินเสียงของคุณป๊าบอกลูกสาวว่า ป๊ารักหนู ไม่อยากให้คุยโทรศัพท์ตอนขับรถ

หลายๆครั้งในชีวิตที่ผ่านมา เราไม่เคยมองเห็น ไม่เคยได้ยิน การบอกรักของพ่อแม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเค้าบอกรักเราอยู่ตลอดเวลาถึงแม้อาจจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่มันออกมาในรูปแบบของคำพูดบางคำ หรือ การกระทำบางอย่าง เหตุที่เรามองไม่เห็นเพราะเรามัวแต่เอาแต่ใจตัวเองว่าพ่อแม่ต้องทำแบบนี้สิ ต้องพูดแบบนี้สิ ลืมไปว่าพ่อแม่ก็เป็นคนเหมือนกับเรา ที่ก็อาศัยอยู่ใต้ฟ้าผืนเดียวกัน ตัวเราเองยังไม่สามารถทำให้คนอื่นพอใจในสิ่งที่เราพูดหรือทำได้ทั้งหมดเลย แล้วทำไมเราถึงจะบังคับให้พ่อแม่ให้พูดหรือเป็นได้ดั่งใจเราทุกอย่าง

วันนี้ ยอมรับพ่อแม่เราอย่างที่เค้าเป็นกันดีมั๊ย ยอมรับเค้าในฐานะของมนุษย์คนหนึ่งที่เลี้ยงดูเราในแบบที่เค้ารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไร คำพูดบางคำ การกระทำบางอย่าง มันอาจจะไม่ถูกใจเรา แต่เราสามารถใช้มันเป็นอุปกรณ์ขัดเกลาจิตใจของเราให้ดีได้ ฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง ฝึกการมองให้เห็นถึงสิ่งที่เค้าทำให้เป็นการบอกรักเรา

แล้วถามตัวเองว่าวันนี้เราได้ทำอะไรเพื่อเป็นการบอกรักเค้าบ้าง บทความนี้ขอมอบให้กับคุณม๊าคุณป๊า เพื่อเป็นการบอกว่ารักที่สุด

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

Live your life with the answer “Why not?” ใช้ชีวิตด้วยการตอบว่า “ทำไมจะไม่ได้ละ”


 
Have you ever dreamed to have, to do and to be something? Then, suddenly an uncomfortable feeling comes up with a little voice in your head saying “It’s impossible”. It’s impossible because I don’t have time, I don’t have money, I don’t have someone to help, I can’t do it, I don’t know how to do it and many more…

Ask the question again but this time answer yourself with question “Why not” for example;
Will I be able to take personal leave and be in Compass NLP course? Why not?
Will I be able to write a good book? Why not?
Will I be able to have a million dollars in my bank account? Why not?
Will I be able to find a good job at the end of this month? Why not?
Will I be able to have a happy family? Why not?
Will I be able to have my own business? Why not?

In life, if you want to have, to do or to be something but you answer yourself that it’s impossible, you can’t achieve what you want. Give yourself a try to live your life with the answer “Why not”, you will find that your brain will open up and you will start thinking about all possibilities.

If right now, you think that you can’t live your life with the answer “Why not” answer again WHY NOT?

Believe wholeheartedly that life is wonderful as miracles always happen!


เชื่อมั่นว่าหลายคนในที่นี้มีความฝันที่อยากจะมีสิ่งโน้น เป็นสิ่งนี้ ได้สิ่งนั้น แต่ไม่กล้ามี ไม่กล้าเป็น ไม่กล้าลงมือ เพราะแค่คิดก็จะมีความรู้สึกไม่ค่อย สบายใจ กล้าๆกลัวๆ และมีเสียงในหัวพูดออกมาว่า ทำไม่ได้หรอกหรือคิดไม่ออกพอเกิดความรู้สึกแบบนี้ ได้ยินเสียงพูดกับตัวเองแบบนี้ ก็จะล้มพับความคิดดีๆที่เรามี แล้วกลับไปอยู่วงจรชีวิตแบบเดิมของเรา พอถามว่าทำไมถึงทำ ไม่ได้ ก็จะมีเหตุผลมาสนับสนุนว่า ทำไม่ได้เพราะไม่มีเวลา ทำไม่ได้เพราะไม่มีเงิน ทำไม่ได้เพราะไม่มีใครช่วย ทำไม่ได้เพราะทำไม่เป็น ทำไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง และอีกมากมายหลายเหตุผล

ทีนี้ให้ลองถามตัวเองใหม่ว่า เราจะได้ในสิ่งที่เราอยากมี อยากเป็น อยากได้ ได้มั๊ย และให้ตอบว่า ทำไมจะไม่ได้ละเช่น
เราจะลางานไปเรียนกับครูอ้อยได้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ
เราจะเขียนหนังสือดีๆจบซักเล่มได้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ
เราจะมีเงินเป็นพันล้านได้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ
เราจะได้งานทำภายในสิ้นเดือนนี้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ
เราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นได้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ
เราจะมีกิจการเป็นของตัวเองได้มั๊ยน้อ? ทำไมจะไม่ได้ละ

ในชีวิตหากเรามีสิ่งที่เราอยากมี อยากเป็น อยากทำ แล้วตอบว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะ…” ผลลัพธ์ในชีวิตก็คงไม่เป็นดั่งสิ่งที่เราต้องการอยากให้เป็น ดังนั้น ลองใช้ชีวิตอยู่บนคำตอบที่ว่า ทำไมจะไม่ได้ละเราจะรู้สึกว่าสมองมันจะเปิดเรดาร์ในการหาหนทางให้เรา มี เป็น ได้ ในสิ่งที่เราต้องการทันที

หากตอนนี้คุณคิดว่าคงใช้ชีวิตอยู่บนคำตอบที่ว่า ทำไมจะไม่ได้ละไม่ได้ ตอบอีกทีว่า ทำไมจะไม่ได้ละ

จงเชื่ออย่างสุดใจว่า ความมหัศจรรย์ในชีวิตมีจริงปาฏิหารย์เกิดขึ้นได้เสมอ