การเต้น
เมื่อก่อนฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาเต้นค่ะ
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะติดกรอบของคำว่าเป็นคนเรียบร้อย สมัยเป็นนักเรียนวัยรุ่น
เวลาไปดูคอนเสริตก็จะไม่ค่อยกล้าเต้น จะนั่งเป็นผ้าพับไว้ เพราะคิดอยู่ในหัวว่าอาย
เขิน คนเรียบร้อยก็ต้องไม่เต้นแร้งเต้นกา
เห็นคนอื่นเต้นแล้วก็จะคิดว่าไม่อายกันมั่งหรือยังไง เลยไม่อนุญาตให้ตัวเองลุกขึ้นไปเต้นค่ะ
ทั้งๆที่ในใจลึกๆแล้ว เวลาเห็นเพื่อนๆเต้นก็อยากจะเข้าไปเต้นด้วย
แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ได้เข้ามาเรียนในคอร์สเข็มทิศจิตใต้สำนึก
ฉันได้เต้นเยอะมาก และก็เต็มใจ ดีใจ ที่จะได้เต้นด้วย
เพราะมันไม่ใช่การเต้นแร้งเต้นกา อย่างที่ฉันเคยรู้สึก ยิ่งในคอร์สหลังๆที่มีครูเงาะ
(รสคนธ์ กองเกตุ) ครูสอนการแสดงที่เก่งมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
มาเรียนในคอร์สและได้ขึ้นไปนำเต้น
ทำให้ฉันยิ่งมองเห็นถึงคุณค่าและความหมายในการขยับร่างกาย เพราะอะไร
เพราะการเต้นเป็นการเปลี่ยนสภาวะทางจิตใจจากคนที่รู้สึกว่าโลกนี้มันแย่
กลายเป็นโลกนี้มีความหวัง มีความสนุก มีสิ่งดีๆมากมายให้เราค้นหา และเมื่อเราสนุกมีความสุข
สารเคมีดีๆมากมายก็หลั่งออกมาทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลัง
นอกจากนี้เรายังได้เห็นรอยยิ้มของตัวเอง เห็นรอยยิ้มของเพื่อน
มันเป็นขณะของปิติสุขที่เกิดขึ้นในใจของเรา ประทับไว้ในความทรงจำที่ดี
แต่การเต้นของฉันนั้นมันก็ยังไม่สุดๆค่ะ
ฉันก็ยังเต้นแบบอยู่ในกรอบที่ตัวเองตั้งเอาไว้ค่ะ จนวันหนึ่งฉันทิ้งกรอบ
ทิ้งความคาดหวัง ทิ้งความกลัวออกไป แล้วก็เต้นในแบบที่ไม่แคร์สื่อ ไม่สนใจว่าจะมีใครมองเราอย่างไร
ในวินาทีนั้นฉันสัมผัสได้ถึงคำว่าอิสรภาพ มันเป็นความรู้สึกโล่งๆ
แล้วก็สดชื่นมากค่ะ วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าเป็นอิสระจากทุกสิ่ง อากาศที่สูดหายใจเข้าไปช่างบริสุทธิ์สดชื่น มีความสุขมาก ลองอนุญาตตัวเองลุกขึ้นมาเต้นในแบบที่เราไม่แคร์ดูสิค่ะ ความรู้สึกมันสุดยอดมากๆเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น