วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

การเต้น



เมื่อก่อนฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาเต้นค่ะ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะติดกรอบของคำว่าเป็นคนเรียบร้อย สมัยเป็นนักเรียนวัยรุ่น เวลาไปดูคอนเสริตก็จะไม่ค่อยกล้าเต้น จะนั่งเป็นผ้าพับไว้ เพราะคิดอยู่ในหัวว่าอาย เขิน คนเรียบร้อยก็ต้องไม่เต้นแร้งเต้นกา เห็นคนอื่นเต้นแล้วก็จะคิดว่าไม่อายกันมั่งหรือยังไง เลยไม่อนุญาตให้ตัวเองลุกขึ้นไปเต้นค่ะ ทั้งๆที่ในใจลึกๆแล้ว เวลาเห็นเพื่อนๆเต้นก็อยากจะเข้าไปเต้นด้วย
แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ได้เข้ามาเรียนในคอร์สเข็มทิศจิตใต้สำนึก ฉันได้เต้นเยอะมาก และก็เต็มใจ ดีใจ ที่จะได้เต้นด้วย เพราะมันไม่ใช่การเต้นแร้งเต้นกา อย่างที่ฉันเคยรู้สึก ยิ่งในคอร์สหลังๆที่มีครูเงาะ (รสคนธ์ กองเกตุ) ครูสอนการแสดงที่เก่งมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย มาเรียนในคอร์สและได้ขึ้นไปนำเต้น ทำให้ฉันยิ่งมองเห็นถึงคุณค่าและความหมายในการขยับร่างกาย เพราะอะไร เพราะการเต้นเป็นการเปลี่ยนสภาวะทางจิตใจจากคนที่รู้สึกว่าโลกนี้มันแย่ กลายเป็นโลกนี้มีความหวัง มีความสนุก มีสิ่งดีๆมากมายให้เราค้นหา และเมื่อเราสนุกมีความสุข สารเคมีดีๆมากมายก็หลั่งออกมาทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลัง นอกจากนี้เรายังได้เห็นรอยยิ้มของตัวเอง เห็นรอยยิ้มของเพื่อน มันเป็นขณะของปิติสุขที่เกิดขึ้นในใจของเรา ประทับไว้ในความทรงจำที่ดี
แต่การเต้นของฉันนั้นมันก็ยังไม่สุดๆค่ะ ฉันก็ยังเต้นแบบอยู่ในกรอบที่ตัวเองตั้งเอาไว้ค่ะ จนวันหนึ่งฉันทิ้งกรอบ ทิ้งความคาดหวัง ทิ้งความกลัวออกไป แล้วก็เต้นในแบบที่ไม่แคร์สื่อ ไม่สนใจว่าจะมีใครมองเราอย่างไร ในวินาทีนั้นฉันสัมผัสได้ถึงคำว่าอิสรภาพ มันเป็นความรู้สึกโล่งๆ แล้วก็สดชื่นมากค่ะ วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าเป็นอิสระจากทุกสิ่ง อากาศที่สูดหายใจเข้าไปช่างบริสุทธิ์สดชื่น มีความสุขมาก ลองอนุญาตตัวเองลุกขึ้นมาเต้นในแบบที่เราไม่แคร์ดูสิค่ะ ความรู้สึกมันสุดยอดมากๆเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น